วิธีแก้ โฮมซิก เมื่ออยู่ในต่างแดน!!!

http://www.studysqr.com/  / เรียนต่อ / เรียนต่อต่อต่างประเทศ / วิธีแก้ โฮมซิก เมื่ออยู่ในต่างแดน!!!
“โฮมซิก (Homesick)” เป็นอาการที่เกิดกับคนที่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศระยะหนึ่งแล้วเกิดความคิดถึงบ้าน อยากกลับบ้านอย่างหนักหน่วง อาการจะแย่ลงเรื่อยๆ คือเศร้าซึม หดหู่ อยู่ดีๆ ก็ไม่มีความสุข รู้สึกเหมือนรอยยิ้มได้โบกมือลาเราไปตลอดกาล เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ชั้นมาทำ(บ้า)อะไรที่นี่? เมื่อไหร่จะได้กลับไทย? ทำไมเรียนไม่เข้าใจ? ทำไมมันเศร้าอย่างไม่มีเหตุผล? พอหาคำคอบไม่ได้อาการก็กำเริบขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง
อาการเหล่านี้มักปรากฏกับเหล่านักเรียนทุนหรือคนที่มีทำงานต่างประเทศที่รู้ตัวว่ายังต้องอยู่ที่นั่นไปอีกนาน ปกติอาการมักจะกำเริบเมื่อก้าวสู่เดือนที่ 2-3 (บางคนอาการหนักคือไปถึงซักพักก็เป็นเลย) ส่วนมากมักเกิดหลังจากที่เริ่มปรับตัวได้เล็กน้อย แล้วก็เริ่มเครียด กังวลกับชีวิตตัวเองต่างๆ นานา ว่าจะเรียนรอดไหม? ทำไมมันเรียนยาก? ทำไมเพื่อนฝรั่งเก่งจัง(โว๊ย)? ทำไมพูดกับใครไม่รู้เรื่อง? ทำไมไม่มีเพื่อน? ทำไมมันเหงา?
อาการของโรคนี้ จากที่สังเกตตัวเองตอนเริ่มเกิดอาการก็พอจะสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้
– รู้สึกตัวคนเดียว โดดเดี่ยว ไม่มีคนคุยด้วย เหงาลึกๆ ในใจ
– เริ่มไม่อยากอาหาร (อาจเพราะตอนนั้นฝีมือทำกับข้าวยังจัดอยู่ในขั้นห่วย เลยพาลไม่อยากกินไปด้วย)
– เริ่มไม่พยายามเข้าสังคม ตีตัวออกห่างจากเหล่าฝรั่งและคนไทยด้วยกัน
– พูดในใจมากขึ้น พูดกับคนน้อยลง
– ไม่ค่อยจะยิ้ม และเริ่มลืมๆ ว่ายิ้มเนี่ย ทำยังไง? ไม่ต้องพูดถึงหัวเราะเลย กล้ามเนื้อใบหน้าลืมไปแล้วว่าต้องทำยังไงให้หัวเราะได้
– อยากโทรศัทพ์คุยกับครอบครัวที่ไทยใจจะขาด แต่พอคุยๆ ไปกลับไม่มีอะไรพูด เพราะน้ำตามันเริ่มกลบหน้า เสียงเริ่มสั่นแต่ก็ต้องพยายามทำตัวเข้มแข็งไม่ให้ที่บ้านต้องเป็นห่วง
– อยากดูหนังไทย อยากฟังเพลงไทย อยากอ่านหนังสือไทย แบบไม่มีเหตุผล
– รู้สึกสุดๆ ในหลายๆอารมณ์พร้อมกัน เหนื่อยสุดๆ เศร้าสุดๆ เสียใจสุดๆ เพลียสุดๆ ท้อแท้สุดๆ
– รู้สึกว่าพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วแต่ยังคิดว่า มันยังไม่พอ ต้องมากกว่านี้ มากกว่านี้อีก
– กดดันตัวเองให้ตั้งใจมากขึ้นแต่ผลสอบหรือผลงานต่างๆ ดันไม่เป็นอย่างใจ
– แล้วก็เครียดมากขึ้นๆ จนคิดว่าวันที่มีความสุขคงจะไม่มีวันมาถึงอีกแล้ว
ถ้าใครมีอาการคล้ายๆ นี้ จงสำนึกตัวซะว่าเป็นโรคโฮมซิกเข้าแล้ว ขอบอกว่าเดี๋ยวเวลาแสนเศร้าแบบนี้มันก็จะผ่านไปเอง ไม่ต้องกลัวว่ามันจะอยู่กับเรานานหรอก ขอให้เรามีสุขภาพจิตที่แข็งแรง เดี๋ยวก็กลับมาสดชื่นได้เองค่ะ ที่ต้องระวังคือไม่นำตัวเองให้จมอยุ่กับความทุกข์ที่เกิดจากโรคโฮมซิกอย่างถาวร แล้วต้องรู้ด้วยว่าเราไม่มีความสุขเพราะตัวเราเองนั่นแหล่ะที่ทำให้มันไม่มีความสุข เพราะงั้นจงยิ้มเข้าไว้
ทีนี้ถ้าเป็นโรคโฮมซิกแล้วจะรักษาเยียวยาตัวเองยังไง? มีข้อแนะนำง่ายๆ มาเสนอให้ลองทำกันดูค่ะ (ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวมันก็จะหายเองตามเวลา)
วิธีรักษาโรคโฮมซิก
1. ออกไปเที่ยว – เวลาเบื่อๆ สาเหตุนึงก็เกิดจากการที่เราอยู่ในที่เดิมซ้ำๆ ทุกวัน เจออะไรเหมือนเดิมทุกวัน ทำให้ต่อมความตื่นเต้นมันเฉา ตัวเราเลยได้ความเหงามาแทน ทางแก้ที่ดีที่สุดคือ ออกไปเที่ยวที่ต่างๆ นั่นเอง ที่ต่างประเทศไม่ว่าไปเมืองเล็กเมืองน้อยแค่ไหน ยังไงก็สร้างความแปลกใหม่ให้เราได้อยู่แล้ว ออกไปเดินเล่น ถ่ายรูป ชอปปิ้งเล็กๆ น้อยๆ ก็จะทำให้เหงาน้อยลงแม้ว่าจะไปคนเดียวก็ตาม
 2. หาเพื่อนคุย – พยายามพูดคุยกับคนรอบข้างให้มากขึ้น ไม่ต้องกลัวเรื่องภาษาเพราะว่าฝรั่งเค้าก็พยายามเข้าใจเราอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว พยายามสร้างเพื่อนใหม่ ถ้าจะให้ดีเลือกคนที่ใหม่ด้วยกันจะพูดคุบเข้าใจกันง่ายขึ้น ถ้ายังกังวลไม่กล้าหาเพื่อนฝรั่ง ก็คุยกับเพื่อนคนไทยก็ได้ (ที่ไหนมีร้านอาหารไทยที่นั่นมีคนไทยอยู่ทุกเมืองนั่นแหล่ะค่ะ) เชื่อว่าทุกคนก็ต้องผ่านช่วงเวลาหดหู่มาก่อนทั้งนั้น อาจให้คำแนะนำดีๆ ได้
3. ไปชอปปิ้ง – อันนี้ใช้กับคุณผู้หญิงได้ดีกว่าคุณผู้ชาย ผู้หญิงเวลาเครียดมักจะไปใช้เงินระบายความเครียดออกจากตัว จริงๆ แค่เดินเล่นในตัวเมืองเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ ดูของน่ารักๆ ก็ทำให้คลายความเหงาลงได้เยอะแล้ว
4. หาของอร่อยๆ กิน – อาจจะยอมจ่ายเงินมากหน่อยเข้าร้านอาหารดีๆ ให้รางวัลกับชีวิตตัวเอง กินโน่นกินนี่ ลองชิมอะไรแปลกใหม่ที่ไม่เคยเลอง อาจได้อาหารรสชาติวิเศษสุด หรืออาหารไม่อร่อยสุดๆ แต่สุดท้ายเราก็ได้ลองของใหม่ ได้เข้าใจความแตกต่างของอาหารแต่ละพื้นที่ แล้วถ้าโชคดีก็จะเกิดความหึกเหิมว่า อาหารของเราอร่อยกว่านี้เยอะและกลับไปกินอาหารที่ตัวเองทำได้อย่างถูกปากอีกด้วย
5. ไปเดินเล่นแบบไร้จุดหมาย – ลองออกไปเดินเฉยๆ ดู เดินโดยที่ไม่ต้องคาดหวังว่าจะไปที่ไหนยังไง แค่เดินลัดเลาะไปตามถนนใหม่ๆ ที่ไม่เคยไป เดินดูผู้คนริมทาง ดูดอกไม้ใบหญ้าไปเรื่อยๆ ปล่อยอารมณ์ไปตามบรรยากาศที่เราพบเจอ ละลายความเครียดไปกับสายลมแผ่วๆ นอนลงกับลานหญ้าดูท้องฟ้าและก้อนเมฆเคลื่อนตัวผ่านเราช้าๆ ให้เวลาหยุดเดิน แล้วเราจะพบว่าเราโชคดีแล้วที่ได้มาสัมผัสกับสิ่งนี้ที่นี่ แล้วก็จะเริ่มรักชีวิตในต่างแดนได้เอง (ทั้งนี้ทั้งนั้น พกแผนที่หรือจดที่อยู่ตัวเองใส่กระดาษซักนิดจะได้กลับบ้านถูกนะคะ)
6. หยุดทุกอย่างที่พยายามทำอยู่ – ถ้ามันเครียดและหดหู่กับอะไรที่ทำอยู่ การฝืนทนทำมันต่อไม่สร้างสรรค์มากๆ แทนที่เราจะทำมันได้ดีเรากลับสร้างความรังเกียจขึ้นในใจตัวเองอย่างช้าๆ ผลที่ได้คือเราพยายามฝืนใจทำมัน ลองคิดเปรียบเทียบกันดูว่าถ้ามีอะไรซักอย่างที่ “เราต้องทำ” กับ “เราอยากทำ” อย่างไหนที่เราจะทำมันได้ดีกว่า? ถ้ามันถึงจุดที่ไม่ไหวแล้ว ควรวางมันลงเบาๆ แล้วเดินจากมันออกไปอย่างช้าๆ หันไปทำอย่างอื่นก่อน พอถึงเวลาเราจะเริ่มคิดถึงในสิ่งที่เราต้องทำและจะเกิดความอยากทำขึ้นมาเอง พอถึงตอนนั้นเรากลับมาทำมันอีกครั้ง จะทำออกมาได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ
7. ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ เล่นเกมส์ – หางานอดิเรกอย่างอื่นทำ หาหนังเรื่องใหม่ๆ มาดู (ถ้าเป็นหนังที่ตัวเอกต้องเจอเรื่องราวมากมายต้องแก้ปัญหายิ่งใหญ่จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นว่า แม่งชีวิตเราโชคดีกว่าตัวละครนี้เยอะว่ะ) หยิบหนังสือ (ที่ไม่ใช่หนังสือเรียน) มาอ่านพร้อมกับเปิดเพลงเบาๆ อยู่ในห้อง หรือเดินไปห้องสมุด หาอะไรที่ไม่เคยอ่านมาอ่านดู เป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับชีวิตโดดเดี่ยวของเราอย่างมาก หนังสืออย่างนึงที่อยากแนะนำคือหนังสือท่องเที่ยวค่ะ เลือกประเทศที่เราไปอยู่หรือประเทศใกล้เคียงก็ได้ พออ่านๆ ไปแล้วจะรู้ว่าอยากออกเดินทาง อยากหาประสบการณ์มากขึ้น แล้วจะรู้สึกดีขึ้นมาเอง
8. อัพบลอ เล่นเฟซบุค ทวิตเตอร์ระบายความในใจ – ความเหงามันทำร้ายเราเมื่อเราต้องเก็บมันไว้ในใจ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราระบายมันออกไปแล้ว ความรู้สึกว่างเปล่าในใจก็เหมือนๆ จะจางหายไปได้ง่ายๆ เช่นกัน ยังไงถ้ารู้สึกว้าเหว่ เดียวดาย ระบายมันลงบลอค อัพไว้บนสเตัส หรือบ่นพึมพำๆๆ ในทวิตเตอร์ไปเลย อย่าได้เก็บเอาไว้ค้างคาใจ แล้วก็คิดเองเออเองว่าไม่มีใครสนใจเรานะคะ สมัยนี้โลกมันแคบลงไม่ว่าเราจะอยู่ซอกไหนในทุกมุมโลก อินเตอร์เน็ตก็เป็นตัวกลางเชื่อมคุณกับเพื่อนๆ ได้อยู่แล้ว อย่าเหงาคนเดียวเลยนะ
9. ทำความสะอาดและตกแต่งห้อง – สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราเครียดจากการมาอยู่ต่างประเทศก็คือ สภาพแวดล้อมใหม่ๆ มีห้องใหม่ มีที่นอนใหม่ มีหมอนใหม่ มีโต๊ะเก้าอี้ใหม่ ทุกๆ อย่างใหม่และแปลกตาสำหรับเราไปซะหมด มันทำให้เราคิดถึงของเก่าที่เราเคยมีและเริ่มเปรียบเทียบว่าอะไรที่หายไป โดยไม่ได้คิดถึงความแปลกใหม่ที่เข้ามาแทน จากนั้นก็จะเริ่มปฏิเสธสภาพแวดล้อมใหม่อย่างเงียบๆ จนนานวันกลายเป็นความรู้สึกไม่อยากกลับมานั่งที่นี่คนเดียว เหงาๆ คนเดียว ร้องไห้คนเดียว ทางแก้คือจัดห้องใหม่ซะนะคะ วางของใช้ของเรา ซื้อของน่ารักๆ มาตกแต่งแสดงความเป็นเจ้าของของห้องนี้ให้เรียบร้อย ทำให้ “ห้อง” กลายเป็น “บ้าน” แล้วเราจะอยากอยู่มากขึ้นเองค่ะ (จริงๆ มนุษย์ก็ไม่ต่างจากแมว เวลาที่แมวต้องย้ายบ้านใหม่มันจะตื่นกลัวมากๆ วิธีที่ทำให้แมวมีความสุขกับบ้านใหม่คือการป้ายกลิ่นตัวเองตามที่ต่างๆ แสดงความเป็นเจ้าของ แล้วแมวก็จะอยุ่ที่นั่นได้อย่างแฮปปี้ค่ะ) ยังไงลองใช้วิธีแบบแมวดูนะคะ
10. โน้ต อุดม – ถ้าทั้ง 9 วิธียังไม่หายเศร้าเนี่ย ต้องเอาพี่โน้ตมาจัดการความเครียดกันแล้วค่ะ เปิดดูเลยตั้งแต่เดี่ยว 1 ถึงเดี่ยวปัจจุบัน ถ้าดูแล้วไม่ขำ ไม่ฮา ไม่หัวเราะเนี่ย ถือว่าความเศร้าเข้าครอบงำคุณ 100% ต้องไปหาจิตแพทย์แล้วนะคะ (ต้องขอขอบคุณพี่โน้ตมากๆ กับทุกมุขที่สร้างรอยยิ้มให้กับคนต่างแดน) สำหรับคนที่ยังไม่เดินทางและจัดกระเป๋าอยู่ ออกไปซื้อเดี๋ยวไมโครโฟนของพี่โน้ต ติดตัวไปด้วยจะช่วยแก้โฮมซิกได้ค่ะ
หวังว่าน้องๆ นักเรียนทุนที่โฮมซิกทุกคนอ่านแล้วจะสบายใจขึ้นนะคะ สำหรับคนที่มาต่างประเทศแล้วไม่เกิดอาการโฮมซิกถือว่าคุณโชคดีมากๆ ยังไงก็ขอให้อาการนี้ไม่มาเยือนตลอดการเดินทางเลยนะคะ
สำหรับคนที่กำลังโฮมซิกอยู่ พยายามเที่ยวบ่อยๆ หาเพื่อนใหม่ ทำสุขภาพจิตตัวเองให้แจ่มใสตลอดเวลา รับรองว่าจะมีเริ่มความสุขกับการอยู่ต่างประเทศไปเองค่ะ อย่าท้อแท้หมดกำลังใจก่อนนะคะ เดี๋ยวมันก็หายไปเอง
ติดต่อเรา
Study Square Co.,Ltd. 5 Therd Rachan 1 Lane, Therd Rachan Rd, Srikan, Donmuang, Bangkok, 10210 Thailand
Tell : 089-1261024, 02-9291231 (พี่กฤต)
Email :studysquares@hotmail.com
Face Book : https://www.facebook.com/Studysquare.co.th/,
https://www.facebook.com/sqstudyabroad/
 Twitter :https://twitter.com/aittit

Google Plus

Youtube

Line ID : krittapas_st
Facebook Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *